ชายหนุ่มซึ่งก่อเหตุกราดยิงที่สปา 3 แห่งในเมืองแอตแลนตาของสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และเกือบทั้งหมดเป็นชาวเอเชีย ให้การต่อตำรวจ ว่าแรงจูงใจมาจาก “การหมกมุ่นทางเพศ” แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อทั้งหมด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ว่าสืบเนื่องจากเหตุกราดยิงที่สปา 3 แห่ง ในเขตชุมชนของเมืองแอตแลนตา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 คนนั้น
 
สำนักงานตำรวจเขตเชอโรกี ทางตอนเหนือของเมืองแอตแลนตา ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ออกแถลงการณ์ว่า พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาฆาตกรรมและทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อนายโรเบิร์ต แอรอน ลอง อายุ 21 ปี ยืนยันกับพนักงานสอบสวนว่าลงมือเพียงลำพัง โดยใช้อาวุธคือปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเก็บไว้ในรถที่เป็นพาหนะเตรียมหลบหนี  
 
ขณะที่การสกัดจับซึ่งเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เป็นผลจากการที่ครอบครัวของลองแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง หลังพบการประกาศจับเผยแพร่ไปทั่ว และเมื่อตำรวจประชิดตัวผู้ต้องหา อีกฝ่ายไม่มีท่าทีขัดขืนการจับกุม

ทั้งนี้ ผู้ต้องหายืนยันกับตำรวจ ว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุไม่ได้เกี่ยวข้องกับอคติทางเชื้อชาติและสีผิว แต่เป็นเรื่องของ “ภาวะเสพติดทางเพศ” และมองว่าสปาทั้งสามแห่งเป็นสถานที่ซึ่งตัวเองจะสามารถ “ระบายอารมณ์” และความรู้สึกนั้นได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมดของผู้ต้องหา เนื่องจากผู้เสียชีวิต 6 จาก 8 คนเป็นชาวเอเชีย

ด้านนางคีชา แลนซ์ บอตทอมส์ นายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตา กล่าวว่า ไม่ว่ามูลเหตุจูงใจที่แท้จริงของผู้ต้องหาเป็นอย่างไร  ถือเป็นการก่อเหตุที่น่ารังเกียจและอุกอาจ สปาทั้งสามแห่งจดทะเบียนเป็นสถานประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ต้องหาไม่ควร “ใส่ร้ายและสร้างความน่าอับอาย” ให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งผลการชันสูตรยืนยันตัวตนได้แล้ว 4 คน คือ น.ส.แอชลีย์ หยวน อายุ 33 ปี น.ส.เหยียน เสี่ยวอี้ อายุ 49 ปี น.ส.เฟิ่ง เต๋าเหยียน อายุ 44 ปี และนายพอล อังเดร มิเชลส์ อายุ 54 ปี

ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่าเขาได้รับรายงานเรื่องการกราดยิงที่เมืองแอตแลนตาแล้ว ไม่ว่าแรงจูงใจแท้จริงของคนร้ายคืออะไร แต่สะท้อนว่าความปลอดภัยของชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียกำลังน่ากังวลอย่างยิ่ง อนึ่ง รายงานโดยศูนย์การศึกษาเรื่องความเกลียดชังและความรุนแรงในสหรัฐ พบว่าการก่ออาชญากรรมต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ในเมืองใหญ่ 16 แห่งของประเทศ เพิ่มขึ้นมากถึง 149% ระหว่างปี 2562 ถึง 2563